MacBook 12 นิ้วที่ Air มากกว่า MacBook Air, รอยบาก, รอยถลอก, และสติกเกอร์

MacBook Retina 12 นิ้ว (2017) ของเราพังตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เป็นการพังแบบที่ซ่อมไม่ได้ เว้นแต่จะเลือกเปลี่ยนทั้งเมนบอร์ด ซึ่งนั่นหมายถึงข้อมูลที่มีก็จะหายหมดเลย และข้อมูลก็คือสาเหตุหลักที่เราอยากซ่อม MacBook เครื่องนี้ตั้งแต่แรก ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าเราดูแลเรื่องสำรองข้อมูลสำคัญของตัวเองดีแล้ว เพราะไฟล์งานทั้งหมดของเราล้วนแล้วแต่เก็บอยู่บนคลาวด์ จนเมื่อเครื่องพังขึ้นมาจริงๆ ถึงรู้ว่ายังมีสิ่งที่สำคัญกว่างาน และมันก็หายไปตลอดกาลเพราะเราเพิ่งจะมาตระหนักรู้ว่ามันเป็นสิ่งสำคัญ ตอนนี้ก็เลยผันตัวมาเป็นคนที่เก็บแทบทุกสิ่งทุกอย่างที่ไม่สามารถหามาทดแทนเอาไว้บนระบบคลาวด์เสมอ

เรื่องหนึ่งที่เราเพิ่งมาพบระหว่างหาข้อมูลวันวางจำหน่าย MacBook Air รุ่นล่าสุดก็คือ MacBook Retina ที่ไม่เพียงแต่จะเป็นคอมพิวเตอร์ที่ดีที่สุดที่เราเคยใช้จนถึงวันที่มันพังแต่ยังเป็นการจ่ายเงินซื้อของที่คุ้มค่าที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตเรา MacBook รุ่นเดียวกันนี้คือรุ่นที่หลายคนลงความเห็นว่าห่วยที่สุด คะแนนวิจารณ์ถูกสับเละไม่เหลือชิ้นดี แต่สำหรับเราแล้วนี่คือคอมพิวเตอร์ที่ตอบโจทย์เรื่องของความสะดวกในการพกพาไปไหนต่อไหน และมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการทำงานและดูหนังฟังเพลงแทบทุกชนิด คือถ้าเข้าร้าน Apple Store ตอนนั้นแล้วตั้งใจจะซื้อคอมพิวเตอร์ที่สะดวกต่อการพกพา จากตัวเลือกคอมพิวเตอร์สามรุ่นที่มีตอนนั้นอย่าง MacBook Retina 12 นิ้ว, MacBook Air, และ MacBook Pro ก็แทบไม่ต้องคิดมากเลยว่า MacBook Retina 12 นิ้ว คือตัวเลือกที่ดีที่สุด เนื่องจาก MacBook รุ่นนี้มีความ Air มากกว่า MacBook Air เมื่อตอนนั้นมาก และก็ยังมีความ Air มากกว่า MacBook Air รุ่นปัจจุบันปี 2025 อยู่ดี

ปัจจุบันเราเลือกซื้อ MacBook Air M4 มาใช้งาน เรื่องประสิทธิภาพแน่นอนว่าดีกว่าเครื่องเก่ามาก แต่เรื่องความสะดวกต่อการพกพาก็ลดลงมากจากการออกแบบที่เทอะทะขึ้นและความเบาบางที่ลดลง ตอนจับดูที่ Apple Store นี่ต้องเลื่อนสายตามาดูป้ายราคาถึงจะรู้ว่าเครื่องไหนคือ MacBook Air และเครื่องไหนคือ MacBook Pro แต่จุดหนึ่งที่ทำให้การซื้อ MacBook Air ที่ประสิทธิภาพดีกว่าและราคาย่อมเยากว่า MacBook 12 นิ้วมากกลายมาเป็นการจ่ายเงินที่รู้สึกเสียดายที่สุดครั้งหนึ่งของเราก็คือ Notch หรือที่หลายคนเรียกว่ารอยบากนั่นเอง

เราเกลียดดีไซน์ Notch มาตั้งแต่ตอน Apple เริ่มเอามาใช้กับ iPhone แต่ก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล บางคนเกลียด บางคนเฉยๆ และคนที่รู้สึกชอบจริงๆ ก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย และยังมีผู้คนมากมายออกตัวว่าตอนแรกก็เกลียดแต่พอใช้ไปเรื่อยๆ ก็ชิน ตัวเราที่มีเวลาหาข้อมูลพอสมควรก่อนวันวางจำหน่ายก็ยังคิดว่าถ้าซื้อ MacBook รุ่นที่มี Notch มาก็ยังสามารถใช้แอปเพื่อเปลี่ยน Menu Bar เป็นสีดำกลืนไปกับ Notch ทำให้ไม่ต้องทนเห็นดีไซน์แย่ๆ รบกวนสายตา สุดท้ายจึงซื้อ MacBook Air M4 มาแทนเครื่องเก่า เพราะครั้นจะเสียเงินหลายหมื่นเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์ Apple รุ่นสุดท้ายที่ไม่มี Notch ซึ่งออกวางจำหน่ายตั้งแต่เมื่อห้าปีที่แล้วก็ไม่อยากทำเท่าไหร่ แต่สิ่งที่เราเพิ่งมาพบด้วยตัวเองและไม่เคยเห็นหรือได้ยินแม้แต่คนเดียวพูดถึง ก็คือดีไซน์ Notch บน MacBook มอบประสบการณ์ที่แย่มากสำหรับการดูภาพยนตร์ ชนิดที่ไม่สามารถที่จะชินได้เลยจริงๆ

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?

เวลาดูภาพยนตร์บน MacBook เนี่ย ตัวภาพยนตร์จะไม่ได้กินพื้นที่บนหน้าจอทั้งหมด แต่จะกินพื้นที่ประมาณหนึ่งในสามหรือสองในสาม แล้วแต่อัตราส่วนของภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ พื้นที่ด้านบนและด้านล่างของหน้าจอที่ไม่ใช่ตัวภาพยนตร์จะเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งหมด แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่สีดำจากหน้าจอคอมพิวเตอร์กับสีดำจาก Notch นั้นไม่เหมือนกัน สีดำจากหน้าจอมีความสว่างจากแสงไฟ ขณะที่สีดำจาก Notch คือสีดำที่มืดสนิทจากการที่บริเวณนั้นไม่ใช่พื้นที่แสดงผล เมื่อเป็นแบบนี้เวลาดูภาพยนตร์หรือซีรีส์ ความมืดของส่วนที่เป็น Notch กับความสว่างของหน้าจอจะตัดกันชัดเจนมาก จนมีความรู้สึกเหมือนกับกำลังดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจากเบาะหลังรถยนต์แล้วมีกระจกมองหลังมาบังสายตาอยู่ตลอดเวลา

หลายคนบอกว่า Notch คือวิธีที่ฉลาดมากๆ ในการใช้พื้นที่หน้าจอที่ควรจะเสียไปเฉยๆ แต่ถ้าการได้พื้นที่ตรงนั้นกลับมาต้องแลกมากับการลดลงของประสบการณ์อื่น เราก็รู้สึกว่าไม่ใช่วิธีที่ดีเท่าไหร่ เปรียบเหมือนการเอาเก้าอี้พลาสติกมาทากาวติดกับประตูรถบดบังการมองเห็นแล้วบอกว่าเป็นวิธีที่ฉลาดในการเพิ่มจำนวนผู้โดยสาร

เห็นว่า Apple จะเริ่มปรับปรุงดีไซน์ไปใช้การซ่อนกล้องแบบ Dynamic Island หรือ Punch Hole แทน แต่เราคิดว่าถ้าหน้าจอ MacBook ยังไม่ได้มืดสนิทปัญหานี้ก็น่าจะยังคงอยู่ และโอกาสที่ Apple จะกลับไปใช้ดีไซน์แบบเก่าก็น่าจะยาก บางทีคนที่ชอบดูหนังดูซีรีส์บน MacBook แล้วไม่อยากเสียอารมณ์ก็อาจต้องรอจนถึงวันที่เทคโนโลยีกล้องใต้หน้าจอพัฒนาจนมีราคาถูกและดีพอสำหรับ MacBook เลยหรือเปล่านะ ถ้าวันนั้นมาถึงเร็วๆ ก็คงดี

บ่นเรื่อง Notch เสร็จก็ขอกลับมาเล่าเรื่อง MacBook เครื่องเก่าต่อ นอกจากเรื่องความเสียดายข้อมูลที่ไม่มีทางได้กลับคืนมา ก็ยังมีสิ่งที่คิดว่าจะเสียดายแต่เอาเข้าจริงแล้วกลับไม่เสียดายเลย นั่นก็คือสติกเกอร์ต่างๆ ที่เราเลือกติดบนตัวเครื่อง ตอนแรกๆ เราเคยซื้อสติกเกอร์สวยๆ มาติด แต่พอสวยแล้วไม่ได้มีความหมาย ไม่ได้มีความผูกพันอะไร ติดได้ไม่เกินเดือนเราก็ลอกออก สุดท้ายก็เลยเลือกติดเฉพาะสติกเกอร์ที่แถมมากับสิ่งของต่างๆ ที่ซื้อ ทำเป็นเหมือนกับบันทึกส่วนตัวอีกทางหนึ่งด้วย และเพราะเป็นสติกเกอร์ที่แถมมากับสิ่งอื่น นั่นก็หมายความว่าถ้าเกิดนึกอยากได้สติกเกอร์พวกนี้ขึ้นมาอีกทีก็อาจจะหาซื้อไม่ได้แล้ว ก็เลยเคยหมดเวลาพักหนึ่งกับการหาวิธีลอกสติกเกอร์จากคอมพิวเตอร์เครื่องเก่ามาแปะลงบนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ แต่พอถึงเวลาจริงๆ แล้วก็ไม่ได้อยากแกะมาติดแล้ว เพราะเวลาผ่านไปตัวเราเองก็เปลี่ยนแปลงไป ความคิดความชอบของเราก็เปลี่ยนแปลงไป ก็เลยอยากที่จะเริ่มบันทึกสิ่งใหม่ๆ ด้วยสติกเกอร์ใหม่ๆ กับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่มากกว่า

นอกจากสิ่งที่คิดว่าจะเสียดายแต่กลับไม่เสียดาย ก็ยังมีสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเสียดายแต่กลับเสียดาย นั่นก็คือร่องรอยบนตัวเครื่อง ร่องรอยแรกคือรอยถลอกค่อนข้างลึกแถวช่องเสียบหูฟังที่เจอตั้งแต่แกะกล่อง ตอนนั้นด้วยความที่จ่ายเงินซื้อของที่มีราคาแพงขนาดนั้น (เกือบห้าหมื่น) เราก็ไม่อยากจะได้เครื่องที่มีตำหนิ แม้จะรู้ว่าสิ่งของเมื่อใช้ไปก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดริ้วรอย คิดอยู่นานว่าจะส่งเครื่องคืนดีไหม แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะไม่ส่งคืนเพราะสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราก็คือจอที่ไม่มีจุด Pixel เสีย และตอนนั้นเราไม่รู้ว่านโยบายของ Apple เป็นแบบไหนอย่างไร บริษัทผู้ผลิตสินค้าที่มีหน้าจอเป็นส่วนประกอบแทบทั้งหมดผ่านมาหลายสิบปีก็ยังคงระบุว่าจุดเหล่านี้ไม่ใช่อาการเสีย และจะเข้าข่ายเปลี่ยนเครื่องก็ต่อเมื่อมีจุดเสียเหล่านี้เกินจำนวนที่กำหนด ซึ่งเอาเข้าจริงถ้าแกะกล่องมาเจอหน้าจอที่มีจุดเสียเข้าข่ายตามจำนวนที่ผู้ผลิตบอกจริงๆ ก็เหมือนกับแกล้งกันมากกว่า พูดอีกอย่างก็คือถ้าถือตามนโยบายของผู้ผลิตแล้วนั้นผู้ซื้ออย่างเราก็จำเป็นต้องยอมรับของที่มีตำหนิและส่งผลต่อการรับชมภาพบนหน้าจอด้วยราคาที่จ่ายเท่ากับคนอื่นๆ อย่างช่วยไม่ได้ ซึ่งพอเราลองมาคิดดูแล้วจุดเสียบนหน้าจอเนี่ยต่อให้ไม่อยากมองก็เห็น แต่ร่องรอยบนตัวเครื่องถ้าไม่ไปพยายามสังเกตก็มองไม่เห็น เพราะฉะนั้นชัดเจนว่าการเลือกยอมรับเครื่องที่หน้าจอแสดงผลปกติแต่มีริ้วรอยบนตัวเครื่องนิดหน่อยย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการที่จะต้องมาลุ้นเรื่องจุดเสียบนหน้าจออีก

ระหว่างที่คิดว่าจะขายซากเครื่องเก่าทิ้งหรือจะเก็บไว้ดูต่างหน้าดีก็เกิดนึกถึงรอยถลอกที่ว่าขึ้นมา เลยจัดแจงตะแคงเครื่องดูซะหน่อย หลังพยายามเพ่งมองและพลิกเครื่องซ้ายขวาหน้าหลังอยู่นานก็พบรอยที่เล็กกว่าที่คิดมาก จนไม่แน่ใจว่าใช่รอยเดียวกับที่เคยทำเราคิดอยากเปลี่ยนเครื่องหรือเปล่า แต่คิดดูแล้วเราค่อนข้างถนอมเครื่อง เพราะฉะนั้นก็น่าจะเป็นรอยเดียวกันนั่นแหละ แต่อาจจะจางลงเพราะผ่านการจับการสัมผัสบ่อย หรือความจริงแล้วรอยถลอกอาจจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิม แต่เราอาจจะไม่ได้แคร์เรื่องนี้ขนาดนั้นแล้ว ประเด็นก็คือตอนแรกที่มองหารอยถลอกนี่ไม่เจอก็รู้สึกใจหายและเสียดายอยู่เหมือนกัน ทั้งๆ ที่เป็นสิ่งที่เคยอยากจะเสกให้หายไปใจจะขาดแท้ๆ

รอยอีกรอยคือรอยถลอกที่เกิดจากการพลิกเปิดจอคอมพิวเตอร์ของคนรู้จักที่นั่งทำงานฝั่งตรงข้ามมากระแทกด้านหลังจอคอมพิวเตอร์เรา ซึ่งเอาเข้าจริงเราก็ไม่แน่ใจว่ารอยที่ว่าเกิดจากเหตุการณ์นี้จริงหรือเปล่า เพราะถ้าจะเกิดรอยบนตัวเครื่องจากเหตุการณ์แค่นี้ก็หมายความว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้บอบบางเป็นบ้าหรือไม่ก็คอมพิวเตอร์อีกเครื่องรวมถึงตัวเจ้าของเองแข็งแกร่งเป็นบ้า ซึ่งความเป็นไปได้ของแต่ละอย่างล้วนน้อยนิดจนไม่น่าจะเป็นอย่างนั้น ถึงอย่างนั้นเราก็เจอรอยถลอกที่ไม่เคยพบมาก่อนบริเวณเดียวกับจุดที่ถูกกระแทก เราก็เลยถือว่านี่คือรอยที่เพิ่งเกิดขึ้น ณ ตอนนั้น

แน่นอนว่าถ้ากับรอยถลอกที่ลึกจนเคยทำเอาคิดจะส่งเครื่องคืนเรายังหาแทบไม่เจอหลังจากผ่านมาหลายปี กับรอยถลอกเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง คงจะถูกกัดกร่อนสูญสลายหายไปตามกาลเวลาจนหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ หรือจะเรียกว่าเป็นการเยียวยากันแน่นะ? ถ้ามองจากมุมมองของตัวเราเมื่อตอนนั้นที่เห็นความสวยงามของสิ่งของเป็นสิ่งสำคัญก็คงตอบได้ทันทีว่าเป็นการเยียวยา แต่ถ้ามองจากมุมมองของตัวเราตอนนี้ที่เห็นความสวยงามของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญก็คงพูดได้ว่าความเสียหายที่แท้จริงเพิ่งจะมาเกิดเอาก็ตอนนี้นี่แหละ

เอาไว้ตอนที่ MacBook เครื่องนี้พังหรือตอนที่ Apple บอกลาดีไซน์ที่สวยสะดุดตาจนประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์ถึงกับสะดุดออกมาเมื่อไหร่คงได้กลับมาเขียนบอกลา MacBook เครื่องที่กำลังเขียนบล็อกอยู่นี่กันอีกที

จนกว่าจะถึงตอนนั้น

💋

Share:

Leave a Reply